กลับไปหน้าบทความ
อ่านประมาณ 7 นาทีบทความภาษาไทย

ทำไมผู้บริหารยุคนี้ต้อง “รู้เรื่องคน” ให้มากขึ้น และ AI จะช่วยอะไรได้บ้าง?

ทำไมผู้บริหารยุคนี้ต้อง “รู้เรื่องคน” ให้มากขึ้น และ AI จะช่วยอะไรได้บ้าง?

หลายปีที่ผ่านมา เวลาพูดถึงเรื่อง “คน” ในองค์กร เรามักมองว่าเป็นหน้าที่ของ HR รับคนเข้ามา ดูแลเงินเดือน จัดอบรม ประเมินผลงาน ดู Turnover ทำ Engagement ส่วนผู้บริหารก็ไปดูเรื่องยอดขาย ต้นทุน กำไร และกลยุทธ์ แต่ผมคิดว่าเส้นแบ่งแบบนี้เริ่มใช้ไม่ได้แล้ว เพราะปัญหาทางธุรกิจหลายเรื่องที่เราเห็นในวันนี้ ถ้ามองลึกลงไปจริง ๆ มักมี “เรื่องของคน” อยู่ข้างใต้เสมอ ยอดขายไม่ถึงเป้า อาจไม่ได้เกิดจากตลาดอย่างเดียว โครงการล่าช้า อาจไม่ได้เกิดจาก Process อย่างเดียว ต้นทุนสูงขึ้น อาจไม่ได้แปลว่าคนเยอะเกินไป และการลาออกที่เพิ่มขึ้น ก็ไม่ได้แปลว่าบริษัทจ่ายเงินเดือนน้อยเสมอไป บางครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนไม่พอ คนไม่พร้อม คนเก่งอยู่ผิดที่ หัวหน้าบริหารทีมไม่ไหว หรือองค์กรกำลังพึ่งพาคนบางคนมากเกินไป เรื่องเหล่านี้ฟังดูเหมือนเรื่อง HR แต่ผลกระทบที่ตามมา คือเรื่องของ Business โดยตรง

ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องเป็น HR แต่ต้องเข้าใจ “People Context”

ผมไม่ได้หมายความว่าผู้บริหารต้องลงไปดูข้อมูลพนักงานทุกคน หรือเข้าไปทำหน้าที่แทน HR สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ผู้บริหารต้องมองให้ออกว่า สถานการณ์ของคนในองค์กร กำลังส่งผลต่อเป้าหมายธุรกิจอย่างไร ลองนึกภาพง่าย ๆ บริษัทแห่งหนึ่งมียอดขายลดลงต่อเนื่อง 3 เดือน ถ้ามองจาก Business Dashboard เราอาจเห็นเพียง ยอดขายต่ำกว่าเป้า Conversion ลด ลูกค้าใหม่ลดลง คำถามแรกจึงมักเป็น “Sales ต้องทำอะไรเพิ่ม?” แต่ถ้าเราเปิดข้อมูล People มาดูพร้อมกัน อาจพบว่า Sales ตัวหลักเพิ่งลาออกไป 2 คน พนักงานใหม่ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้งาน Manager หนึ่งคนต้องดูแลทีมใหญ่กว่าเดิมมาก และยอดขายกว่า 40% ของทีมยังขึ้นอยู่กับ Sales เพียงไม่กี่คน ทันทีที่เห็นข้อมูลเหล่านี้ คำถามจะเปลี่ยนจาก “ทำไมยอดขายตก?” เป็น “เรากำลังมีปัญหาเรื่อง Sales หรือกำลังมีปัญหาเรื่อง Workforce Capacity?” นี่คือเหตุผลที่ผมคิดว่า ผู้บริหารต้องรู้เรื่องคนมากขึ้น ไม่ใช่เพื่อเข้าไปบริหารคนทุกเรื่อง แต่เพื่อไม่ให้ตัดสินใจเรื่องธุรกิจ โดยไม่เห็นปัจจัยเรื่องคนที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ข้างใต้

ข้อมูลคนมีเยอะ แต่ผู้บริหารยัง “มองไม่เห็น”

ปัญหาของหลายองค์กรวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ไม่มีข้อมูล จริง ๆ แล้วมีเยอะมาก มี Headcount มี Turnover มี Performance มี Training มี Talent มี Succession มี Employee Profile บางแห่งมี Engagement และ Competency อีกหลายชุด แต่ข้อมูลเหล่านี้มักอยู่แยกกัน HR เห็น People Data Sales เห็น Revenue Finance เห็น Cost ผู้บริหารเห็น KPI ทุกคนเห็นข้อมูล แต่เห็นกันคนละภาพ นี่ทำให้คำถามสำคัญของผู้บริหารหลายข้อยังตอบได้ยาก เช่น ทีมไหนกำลังมี People Risk? ตำแหน่งไหนถ้าคนลาออกแล้วจะกระทบธุรกิจสูง? ทำไมบางทีม Performance ลดลงพร้อมกัน? Manager คนไหนกำลังดูแลทีมเกิน Capacity? เรากำลังเสีย Talent หรือกำลังลด Low Performer? ถ้าธุรกิจโตตามแผน คนที่มีอยู่พร้อมหรือไม่? คำถามเหล่านี้ไม่ได้ตอบด้วย Report ใบเดียว มันต้องใช้ การเชื่อมข้อมูล และนี่คือจุดที่ AI เริ่มมีประโยชน์มากขึ้น

แล้ว AI ช่วยผู้บริหารเรื่อง “คน” ได้อย่างไร?

ผมมองว่า AI ไม่ควรถูกใช้เพื่อ “ตัดสินคน” แต่ควรถูกใช้เพื่อช่วยผู้บริหาร มองเห็นสิ่งที่คนอาจมองไม่ทัน โดยเฉพาะเมื่อองค์กรมีข้อมูลจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ

1. ช่วยหา Signal ที่ผิดปกติ

แทนที่ผู้บริหารต้องเปิด Dashboard หลายหน้า AI สามารถช่วยชี้ว่า Turnover ของทีมใดเริ่มสูงผิดปกติ Performance ของหน่วยงานใดลดลงต่อเนื่อง Absence ของบางกลุ่มเริ่มเปลี่ยน ตำแหน่งสำคัญกำลังมี Succession Risk หรือทีมใดกำลังพึ่งพาคนเพียงไม่กี่คนมากเกินไป หน้าที่ของ AI ตรงนี้ไม่ใช่การบอกว่า “ทีมนี้มีปัญหา” แต่คือการบอกว่า “ตรงนี้มีบางอย่างที่ผู้บริหารควรเข้าไปดูต่อ”

2. ช่วยเชื่อม People กับ Performance

เรื่องนี้ผมคิดว่าสำคัญมาก เพราะ People Data อย่างเดียวไม่ได้มีความหมายมากนัก ถ้าเราไม่รู้ว่ามันกระทบ Performance อย่างไร เช่น ถ้า Turnover เพิ่มขึ้น AI อาจช่วยเชื่อมดูว่า ช่วงเดียวกัน Productivity ลดหรือไม่ ลูกค้าร้องเรียนเพิ่มหรือไม่ ยอดขายลดหรือไม่ Overtime เพิ่มหรือไม่ หรือคนที่ลาออกอยู่ในตำแหน่ง Critical Role หรือไม่ จากตัวเลขเดียว เราเริ่มเห็น “เรื่องราว” มากขึ้น

3. ช่วยมอง People Risk ก่อนจะกลายเป็น Business Risk

หลายปัญหาในองค์กร ผู้บริหารจะรู้ก็ตอนที่มันเกิดแล้ว รู้ว่ามี Succession Problem ตอนคนสำคัญลาออก รู้ว่าทีมมีปัญหาตอนคนเก่งทยอยออก รู้ว่า Manager ดูแลทีมไม่ไหวตอน Performance ตก รู้ว่าขาด Skill ตอน Strategy ใหม่เริ่มเดินไม่ได้ AI สามารถช่วยให้เราเปลี่ยนจาก Reactive ไปสู่ Early Warning ได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องทำนายอนาคตได้ 100% แค่ช่วยให้ผู้บริหารเห็นความเสี่ยงเร็วขึ้น 1–2 Step ก็มีคุณค่ามากแล้ว

4. ช่วยผู้บริหารตั้งคำถามได้ดีขึ้น

ผมคิดว่านี่เป็นบทบาทของ AI ที่หลายคนมองข้าม AI ที่ดีไม่จำเป็นต้องตอบทุกอย่าง บางครั้งสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดคือ ช่วยบอกว่าเราควรถามอะไรต่อ เช่น ถ้ายอดขายลดลง แทนที่จะบอกว่า “เร่งยอดขาย” AI อาจช่วยตั้งคำถามว่า ยอดขายลดทุกทีม หรือบางทีม? ทีมที่ลดมีการเปลี่ยน Manager หรือไม่? มี Sales คนสำคัญลาออกหรือไม่? พนักงานใหม่คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของทีม? Conversion ลดพร้อมกับ Capacity หรือไม่? คำถามที่ดี ทำให้การประชุมผู้บริหารเปลี่ยนไปมาก จากการ “รายงานตัวเลข” กลายเป็นการ “ค้นหาสาเหตุ”

แล้ว AI ควรตัดสินแทนผู้บริหารหรือไม่?

คำตอบของผมคือ ไม่ควร โดยเฉพาะเรื่องคน เพราะข้อมูลไม่ได้บอกทุกอย่าง Performance ต่ำอาจเกิดจากหลายเหตุผล การลาออกอาจมีเหตุผลส่วนตัว พฤติกรรมบางอย่างต้องเข้าใจ Context และการประเมินคนมีเรื่องของ Bias, Fairness และ Privacy เข้ามาเกี่ยวข้อง AI จึงควรทำหน้าที่ประมาณนี้ Detect → Connect → Analyze → Highlight → Recommend แล้วหยุดตรงนั้น ส่วน Judgment และ Decision ยังควรอยู่กับคน โดยเฉพาะการตัดสินใจที่กระทบชีวิตและเส้นทางอาชีพของพนักงาน

ถ้าองค์กรอยากเริ่มใช้ People AI ควรเริ่มจากตรงไหน?

ผมไม่แนะนำให้เริ่มจากคำถามว่า “เราจะใช้ AI ตัวไหนดี?” ผมคิดว่าควรเริ่มจากคำถามว่า “ผู้บริหารกำลังอยากตัดสินใจเรื่องอะไร?” ตัวอย่างเช่น เรากังวลเรื่อง Turnover เรากำลังขยายธุรกิจ เรามี Succession Risk เราต้องการเพิ่ม Productivity หรือเรากำลังเจอปัญหาคนเก่งกระจุกอยู่บางทีม จากนั้นค่อยย้อนกลับมาดูว่า เราต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง อาจเริ่มเพียง People → Performance → Business สามเรื่องนี้ก่อนก็ได้ ยังไม่จำเป็นต้องเชื่อมข้อมูลทั้งองค์กรในวันแรก เพราะเป้าหมายไม่ใช่การมี Data Lake ที่ใหญ่ที่สุด แต่คือการทำให้ผู้บริหาร “ตัดสินใจได้ดีขึ้น”

นี่คือสิ่งที่ ExeRoot กำลังพยายามทำ

แนวคิดของ ExeRoot by Space Root ไม่ได้เริ่มจากการอยากสร้าง Dashboard อีกหนึ่งระบบ แต่เริ่มจากคำถามว่า “ถ้าผู้บริหารมีข้อมูลเรื่องคนอยู่แล้ว ทำอย่างไรให้ข้อมูลเหล่านั้นช่วยบริหารธุรกิจได้มากกว่านี้?” เราจึงมองการเชื่อมโยงระหว่าง People Organization Performance Strategy Business แล้วใช้ AI เป็นตัวช่วยมองหา Signal เชื่อมข้อมูล และยกประเด็นที่ผู้บริหารควรสนใจขึ้นมา จากเดิมที่เห็นว่า “Turnover = 15%” เราอยากพาไปให้ถึงว่า “15% นี้เกิดที่ไหน เกิดกับใคร กระทบอะไร และเรื่องไหนควรลงมือก่อน” เพราะสำหรับผู้บริหาร การรู้ว่ามีพนักงานกี่คน อาจยังไม่สำคัญเท่ากับการรู้ว่า คนที่เรามีอยู่วันนี้ พร้อมที่จะพาองค์กรไปถึงเป้าหมายวันข้างหน้าหรือไม่ และผมคิดว่า นี่จะเป็นหนึ่งในความสามารถที่ผู้บริหารยุค AI จำเป็นต้องมีมากขึ้น ไม่ใช่แค่ Business Intelligence แต่รวมถึง People Intelligence ด้วย ExeRoot by Space Root Executive People Intelligence


Tag: People Intelligence | People Analytics | Executive Leadership | People Risk | AI